Face Reshaping


“ผมคิดค้นเทคนิคการปรับรูปหน้า 17 จุดซึ่งเป็นที่ยอมรับในหมู่ดาราระดับท็อปของเมืองไทย”

Face Reshaping Programs

โปรแกรมปรับรูปหน้า

จากวิธีการปรับรูปหน้าแบบเดิมๆ ที่ใช้แค่การฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว เมดิวิซาจ ได้พัฒนาเทคนิคและวิธีการแบบผสมผสานโดยอาศัยความชำนาญและฝีมือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ    เรียกว่า “17 points Face Reshaping”หรือ “เทคนิคการปรับรูปหน้า 17 จุด” โดยรวมเอาทั้งโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ การฉีดเมโส เธอร์มาจและอัลเทอร่า มาใช้ในทรีตเมนต์เพียงครั้งเดียว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ลงตัว สวยได้สัดส่วน แลดูเป็นธรรมชาติ

 

  1. Botox คือสารที่มีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ใช้เพื่อลบรอยย่นบนใบหน้า และใช้ลดกล้ามเนื้อบริเวณกราม ผลลัพธ์ทำให้ริ้วรอยบริเวณที่ถูกฉีดหายไป ปรับรูปหน้าเรียวสวย

Q :โบท็อกซ์มีประสิทธิภาพในการช่วยในการลดริ้วรอยได้อย่างไร

A :เมื่อโบท็อกซ์จับปลายประสาท สัญญาณกระตุ้นการหดตัวจะไม่มีผล กล้ามเนื้อของคุณจะผ่อน  คลาย   ริ้วรอยต่างๆ จะค่อยๆ เนียนเรียบจากเดิม และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยใหม่ การฉีดโบท็อกซ์ โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์นอกจากจะไม่ทำให้คุณดูแข็งเกร็ง คุณยังสามารถแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้อย่างเป็นปกติ ที่เมดิวิซาจแพทย์จะเน้นการฉีดโบท็อกซ์อย่างเป็นธรรมชาติไม่มากจนเกินไปทำให้ได้ใบหน้าที่เป็นธรรมชาติดูไม่แข็งครับ

Q : สามารถฉีดโบท็อกซ์บริเวณใดบ้าง

A :การฉีดโบท็อกซ์สามารถฉีดได้ในบริเวณที่มีริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ เช่น หน้าผาก  รอยตีนกา และริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้มบริเวณดวงตา สามารถฉีดโบท็อกซ์ที่บริเวณคิ้วเพื่อช่วยให้ตาดูโตและอ่อนวัยขึ้น  ในส่วนของริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยรอบริมฝีปาก ริ้วรอยที่คอหรือคาง หมอจะฉีดโบท็อกซ์ร่วมกับสารเติมเต็มฟิลเลอร์หรือเลเซอร์ฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้การฉีดโบท๊อกซ์ที่กำลังนิยมอย่างมากคือการฉีดเพื่อปรับรูปหน้า ซึ่งบริเวณแนวขากรรไกรและแก้มเป็นบริเวณที่หมอนิยมฉีดมากที่สุดเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นครับ

Q :  การฉีดโบท็อกซ์มีผลข้างเคียงไหม

A : ผลข้างเคียงพบได้น้อยมากในการฉีดโบท็อกซ์ อาจมีรอยแดง หรือมีอาการช้ำบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย เมื่อยกล้ามเนื้อที่ฉีด เช่น บริเวณกราม อาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 2 สัปดาห์สิ่งที่พึงระวังสำหรับการลดผลแทรกซ้อนของโบท๊อกซ์คือการเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการฉีดโบท็อกซ์มานานครับ

Q :ริ้วรอยจะเพิ่มขึ้นหรือไม่หากหยุดโบท็อกซ์

A :ริ้วรอยในการฉีดโบท็อกซ์จะไม่เพิ่มขึ้น  ส่วนมากริ้วรอยของคุณจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนการฉีดโบท็อกซ์ ภายในระยะเวลาประมาณ 6-12 เดือน หลังจากการฉีดสารโบท็อกซ์จึงสลายตัวไป

 

  1. Filler คือสารเติมเต็มสำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มผิวหนังบริเวณที่มีริ้วรอยลึก หรือบริเวณแผลเป็นหลุม เพื่อเติมเต็มร่องหรือหลุมให้ตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัย เป็นธรรมชาติ เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ตาลึก เติมคาง เติมแก้มตอบ นอกจากนั้นยังใช้การเติมเต็มริมฝีปากให้เอิบอิ่ม และปั้นแต่งรูปร่างของริมฝีปาก

Q :ฟิลเลอร์อันตรายหรือไม่ ?

A :ฟิลเลอร์ที่เมดิวิซาจเป็นชนิดที่มีความปลอดภัยสูงสุด คือเป็นสาร สารไฮยาลูรอนิคเอซิค

(Hyaluronic Acid) ผ่านการรับรองจากองค์กรอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA)

และประเทศไทย (THAI FDA)  จึงปลอดภัยและเกิดอาการแพ้น้อยมาก และแพทย์เมดิวิซาจมีความ

เชี่ยวชาญในด้านโบท็อกซ์และฟิลเลอร์เป็นพิเศษ   จึงมั่นใจในผลลัพธ์ที่สวยตามธรรมชาติและปลอดภัยที่เมดิวิซาจ

Q :ต้องฉีดฟิลเลอร์ปริมาณเท่าไร  จึงจะเห็นผล ?

A :หลังจากฉีดสารฟิลเลอร์เข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที   แต่หมอ

มักจะนัดตรวจประมาณ 2 สัปดาห์อีกครั้งหนึ่ง หากยังต้องเติมแต่งตรงไหนก็สามารถทำเพิ่มได้   ทั้งนี้

โดยส่วนมากผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 1-2 ปี หลังจากฉีดครับ

Q :ฟิลเลอร์แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?

A :หมอมักจะใช้ฟิลเลอร์ แก้ปัญหาใน 2 กรณีครับ กรณีแรกคือแก้ไขปัญหาริ้วรอยของผิวอันเนื่องมาจากวัย เช่น ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา และร่องแก้ม ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วย ฟิลเลอร์ โดยการฉีดฟิลเลอร์ จะสามารถเติมเต็มคอลลาเจนที่หายไป ทำให้  ริ้วรอยบริเวณดังกล่าวตื้นขึ้น  สภาพผิวดูดีขึ้น

และกรณีที่สองคือการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้า เช่น เสริมจมูก เสริมคาง เสริมหน้าผากให้ดูเอิบอิ่มขึ้น หรือริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มขึ้น ทำให้หน้าดูมีมิติมากขึ้นครับ

Q :ฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วสามารถแก้ไขได้หรือไม่

A :สามารถใช้ยาฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ทันที เมื่อไม่พอใจผลของฟิลเลอร์ ไม่ต้องตกใจครับ หลัง ฉีดภายใน 15-20นาทีแรกจะสลายไป 60-70% หลังจากนั้นส่วนที่เหลือจะสลายไปภายใน 1 อาทิตย์

 

  1. Thermage เป็นเทคโนโลยีชั้นสูง ช่วยยกกระชับ ลดริ้วรอยบนใบหน้าให้เต่งตึงขึ้น ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยยกกระชับและลดริ้วรอยบนใบหน้า ผลการรักษาจะดีกว่าเลเซอร์ และทรีตเมนต์ทั่วไป ผลการรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 12-24 เดือน

A :Thermageคือ ?

B :เทคโนโลยีคลื่นวิทยุที่ทำให้เกิดความร้อนส่งผ่านผิวหนังไปยังชั้นหนังแท้ เพื่อทำให้คอลลาเจนที่มีอยู่กระชับ  ตัว และช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วย  ส่งผลให้ทั้งคอลลาเจนเก่าและคอลลาเจนใหม่ใต้   ผิวหนังที่ถูกสร้างขึ้น มีความยืดหยุ่น เรียงตัว กระชับได้รูปขึ้น มีสุขภาพผิวดีขึ้น  สุขภาพผิว   แข็งแรง และเรียบเนียน ริ้วรอยลดลง ทำให้รูปหน้าเล็กลง กระชับขึ้นครับ

Q :หลังจากรับการรักษาแล้วจะเห็นผลนานแค่ไหน ?

A :  จากการวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกา ผลของการรักษาเทอร์มาจอยู่ได้นาน  (12-24 เดือน) โดยทั้งนี้     ขึ้นอยู่กับลักษณะผิวของแต่ละบุคคลครับ

Q :ขณะทำการรักษาจะรู้สึกอย่างไร เจ็บไหมคะ ?

A :  ในการรักษาด้วยเทอร์มาจ คุณจะรู้สึกว่าเกิดความร้อน อยู่ลึกใต้ผิวหนังซึ่งเป็นผลมาจากพลังงานคลื่นวิทยุ ถูกส่งผ่านไปยังเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนัง เป็นการบ่งบอกว่าคอลลาเจนภายใต้ชั้นผิวหนังกำลัง ได้รับความร้อนและอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้เกิดการกระชับตัวของผิวหนังในขณะทำจะรู้สึกเย็นๆ สลับ ด้วย เนื่องจากมีสเปรย์เย็นจะปล่อยความเย็นออกมาตลอดเวลา เพื่อปกป้องผิวชั้นบน โดยหมอจะเป็นผู้ควบคุม   ปริมาณพลังงานที่ใช้ในการรักษาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างปลอดภัยครับ

Q :การรักษาจะเห็นผลเมื่อไหร่ ?

A :  ผลของการรักษาในระยะแรก คือริ้วรอยที่ลดลงทันที อันเนื่องมาจากความร้อนสูงทำให้คอลลาเจน    เกิดการหดตัว ระยะต่อมาคอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้เกิดการสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไป    จะสังเกตได้ว่าผิวมีความเต่งตึง กระชับ แลดูสดใสยิ่งขึ้น  โดยเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนภายในระยะ  3  เดือน  การรักษาเทอร์มาจจะให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ รู้สึกได้ด้วยตัวคุณเอง ผิวพรรณมีสุขภาพ  ดี เต่งตึงขึ้น แตกต่างจากการทำศัลยกรรมอื่นๆครับ

 

  1. Ulthera คือเทคโนโลยีชั้นสูงโดยใช้คลื่นความถี่สูง ส่งผ่านพลังงานไปใต้ชั้นผิวหนัง ช่วยยกกระชับ และลดริ้วรอยลึกใบหน้าดูเด็กลงใบหน้าเรียวได้รูป ระหว่างการรักษาคุณหมอจะเห็นภาพของผิวหนังผ่านจอของเครื่อง See and Treat ทำให้คุณหมอสามารถปรับคลื่นเสียงให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

Q :อัลเทอร่าคือ อะไร ?

A : เทคโนโลยีการรักษา ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง บริเวณใบหน้า ลำคอ ตลอดจนบริเวณมือให้ยกกระชับ โดยใช้คลื่นเสียงที่มีความจำเพาะเจาะจงและมีความแม่นยำสูงที่เรียกว่า  (Focus Ultrasound) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในวงการแพทย์ผิวหนังในการส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง ที่มีความจำเพาะเจาะจงไปยังผิวหนังแล้วเปลี่ยนความร้อนจุดเล็กๆ จำนวนมากมาย    ลงสู่ใต้ชั้นผิวหนัง  โดยมุ่งเป้าหมายบริเวณรอยต่อของชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน หรือลึกลงไปยังคอลลาเจน  ใต้ผิวระดับชั้นลึก โดยสามารถลงลึกไปจากผิวหนังชั้นบนได้ถึง 4-7 มิลลิเมตร

Q :ขณะทำการรักษาจะรู้สึกอย่างไร?

A :ขณะทำการรักษา  เมื่อปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงสู่เนื้อเยื่อใต้ผิว  คุณจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย

ที่ผิวหนังด้านในและรู้สึกอุ่นๆที่ใต้ผิวหนัง ซึ่งความรู้สึกนี้จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

Q :กลัวเจ็บจะทำ อัลเทอร่าได้หรือไม่ ?

A :ที่เมดิวิซาจคิดค้นวิธีการลดความเจ็บปวด ด้วยยาชาแบบทา แบบกิน และแบบฉีด ทำให้สามารถลด    ความเจ็บปวดจากการทำ Ultheraได้ 100%  และอยู่ภายใต้การควบคุมของวิสัญญีแพทย์จาก    รพ.รามาธิบดี จึงปลอดภัยหายกังวล เรื่องความเจ็บปวดอีกต่อไป

Q :อัลเทอร่าช่วยแก้ปัญหาใดบ้าง ?

A :อัลเทอร่าจะใช้ได้ผลดีกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหนังตาตก รวมทั้งขอบตาล่างหย่อนยาน และริ้วรอยเหี่ยวย่น นอกจากนี้  อัลเทอร่ายังเหมาะกับผู้ที่ต้องการจะมีใบหน้าเรียวขึ้น

Q :ใช้เวลานานไหมกว่าจะเห็นผลการรักษา ?

A :เพียงการรักษาแค่ครั้งเดียว คุณจะค่อยๆ เห็นผลการรักษาทีละน้อย และเห็นผลอย่างชัดเจนอย่าง  ต่อเนื่องหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน

        จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 คน ที่ได้รับการรักษาสามารถรับรู้ถึงผลการรักษาอย่างชัดเจนว่าคิ้วยกขึ้น (Lilt of The the Brow Line) ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าผิวตึง รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ เรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้าและคอ  โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม

 

  1. Super Light Lift Laser คือการใช้เลเซอร์ที่มีความเข้มข้นของแสงสูง เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่เพื่อไปทดแทนเส้นใยคอลลาเจนเก่าที่เสื่อมสลายไปตามวัย ทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ ลดลง สภาพผิวเต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติ
  2. Micro Refine
    เสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิว เพื่อความอ่อนเยาว์ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีการฟื้นฟูสภาะผิวลดริ้วรอย กระชับ คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ละเอียดเนียมนุ่ม โดยไม่ต้องศัลยกรรม และไม่ต้องเจ็บตัว Micro Refine น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมการรักษา ด้วยนวัตกรรมชั้นสูงแบบองค์รวม โดยเน้นความแตกต่างตามรายบุคคล ใหม่ล่าสุด คลื่นวิทยุที่มีความเข้มข้นสูง สร้างความอุ่นที่พอเหมาะให้เกิดขึ้นเฉพาะผิวชั้นในทำให้คอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้ร้อนขึ้นทำให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนบางส่วนรวมทั้งยังกระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ และการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ทำให้ผิวที่เคยเป็นริ้วรอยหรือหย่อนคล้อยกระชับ สร้างเซลล์ผิวใหม่ที่เนียนละเอียด แบบปลอดภัยและไม่เจ็บ เห็นผลทันทีหลังทำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ควบคุมระดับความเข้มข้นและระยะเวลาในการกระตุ้นเซลล์ ตามความแตกต่างของสภาพผิวเพื่อให้ได้ผลการรักษาสุงสุดในเฉพาะรายบุคคล
    Micro Refine Laser ใช้หลักการสร้างความร้อนแบบเฉพาะเจาะจงในบริเวณที่ต้องการ โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุ สร้างความอุ่นที่พอเหมาะให้เกิดเฉพาะผิวชั้นใน เพื่อทำให้คอลลาเจนใต้ผิวในชั้นหนังแท้ร้อนขึ้นกระบวนการนี้กระตุ้นให้คอลลาเจนบางส่วนหดตัว และ ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ยังกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติของร่างกาย ซึ่งจะสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ทำให้ผิวกระชับมากขึ้น

Q :ความรู้สึกระหว่างทำ Micro Refine Laser เป็นอย่างไร

A :ใช้เจลเล็กน้อยทาบนผิว รู้สึกอุ่นๆเล็กน้อยบริเวณที่ทำ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา การทำ Micro Refine Laser ที่หน้าและคอใช้เวลาประมาณ 75 นาที

Q : หลังทำ Micro Refine จะรู้สึกอย่างไร
B: ในคนไข้บางท่านผิวอาจแดงระเรื่อเล็กน้อยแต่จะหายไปภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นหลังทำ Micro Refine Laser สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ และสามารถทาครีมและยากันแดดได้ทันที
Q : สามารถทำ Micro Refine ที่บริเวณใดได้บ้าง
A : Micro Refine Laser สามารถใช้ได้กับทุกสีผิว และใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกายที่ต้องการให้กระชับมากขึ้น บริเวณที่นิยมทำ Micro Refine Laser ได้แก่ ใบหน้า ลำคอ

Q : ต้องทำ Micro Refine กี่ครั้ง
A: ควรทำต่อเนื่องกัน ทุกๆ 1 เดือน 5 ครั้ง ทั้งนี้แพทย์จะให้คำปรึกษาจำนวนครั้งที่เหมาะสมสำหรับแต่ละท่าน และทำ treatment อื่นร่วมด้วย การทำ Micro Refine Laser เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที แต่ยังไม่ต้องการทำศัลยกรรมผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน จึงจะเห็นผลที่ได้จากการทำ Micro Refine Laser สูงสุด เนื่องจากมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่และสมบูรณ์เต็มที่ในช่วงเวลาดังกล่าว

Q :ต้องดูแลหลังทำ Micro Refine อย่างไร
A : ไม่จำเป็นต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ

ผลลัพธ์ที่เห็นทันที

  •  ใบหน้ายกกระชับ ทันทีหลังทำ (Skin Tightening)
  •  ผิวกระจ่างใส
  • ไม่ต้องพักฟื้น
  • เนียน, แต่งหน้าได้ดีขึ้น
  • รูขุมขนกระชับ
  • ความมันส่วนเกินลดลงผลลัพธ์ระยะยาว
  • ย้อนเวลาให้ผิวถึง 5 ปี
  • ผลอยู่ได้นาน 1 ปี หลังทำครบคอร์ส6 ครั้ง
  • มีการสร้าง Collagen และ Elastin ในชั้นผิวหนังแท้เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวไม่หย่อนคล้อย
  • ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวกระชับ
  • ลดริ้วรอย เหี่ยวย่น
  1. Light Lift Laser คือการใช้เลเซอร์ที่มีความเข้มข้นของแสงสูง ช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียน เกลี้ยงเกลา และรูขุมขนเล็กลง